28 พ.ย. 2553

"พระนารายณ์ทรงปืน" พระนารายณ์ไปมีเรื่องกับใคร ทำไมต้องพกปืน!


ผมจึงได้พิจารณา พระพิมพ์องค์นี้อย่างละเอียดอีกครั้ง
( ขอเจ้าของพระเขาดูอีกทีน่ะครับไม่ได้เช่ามาบูชาหรอก..ผมมันประเภท “ขุนส่องกล้องไม่วาง” )
 ก็พบว่ามีรูปร่างลักษณะเป็นพระสามองค์เรียงกันอยู่บนฐาน  องค์กลางเป็นพระปางนาคปรก  สวมใส่เครื่องประดับอย่างขอมโบราณ  ส่วนทางขวามือของพระปางนาคปรกเป็นเทวรูปมีสี่กรดูเหมือนแต่ละพระกรจะถือบางสิ่งบางอย่างอยู่แต่ดูไม่ชัดนัก  ส่วนทางซ้ายมือขององค์พระเป็นเทวรูปผู้หญิง 



เทวรูปสตรีที่อยู่ทางซ้ายมือของพระปางนาคปรกในพระพิมพ์นี้นั้น เธอมีนามว่า
“พระนางปรัชญาปารมิตา” 
ในฝ่ายมหายานเขามีพระสูตร หรือ คำสอน ที่ถือเป็นหลักพระสูตรหนึ่งทีเดียวมีชื่อว่า  “วัชรเฉทิกปรัชญาปารมิตาสูตร” 
ขอมก็เลยเอาพระสูตรมาทำเป็นบุคคลาธิษฐานซะ คือ ให้เป็นเทพเจ้า หรือ เทพี เสียเลย ผลก็ออกมาอย่างในรูปของ “พระนางปรัชญาปารมิตา” นี่ล่ะครับ 
พระสูตรก็คือ คำสอน  และ คำสอน ก็คือ “พระธรรม” 
ดังนั้น “พระนางปรัชญาปารมิตา” จึงเท่ากับ “พระธรรม” นั่นเองครับ
(อันนี้เป็นข้อสรุปของผมเองครับ)
ทีนี้เราหันมาดู เทวรูปสี่กร กันบ้าง  เจอครั้งแรกก็ต้องเหมาว่าเป็น “พระนารายณ์” ก่อนล่ะครับ เพราะมีสี่กร แต่ทางมหายานเขาบอกว่าเป็น
“พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร” 
เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าผู้มีความเมตตากรุณาช่วยสัตว์โลกให้พ้นทุกข์  บางทีก็เรียกเป็น “พระวัชระ” ก็มีนะครับ  คำว่า “วัชระ”  ใน “วัชรเฉทิกปรัชญาปารมิตาสูตร”  หมายถึง “เพชร” แต่ไม่ใช่ “เพชรพระอุมา” นะครับ  ไม่มีลายแทงขุมทรัพย์อะไร  แต่ “เพชร” ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบความ “คม” และ “แข็งแกร่ง” ของปัญญาฝ่ายมหายานที่เหมือนกับ “เพชร”  เอาไว้ตัดทำลายอวิชชา หรือ “มายา” เพื่อให้จิตมุ่งสู่ความเป็นอิสระหลุดพ้นจากกิเลส  เป็นหลักในเรื่องของ “อนัตตา” ความไม่ใช่ตัวตน เมื่อ “พระอวโลกิเตศวร” ในฐานะเป็นสาวกของพระพุทธองค์ ก็ต้องเป็นรูปแทนของ “พระสงฆ์” ไปโดยนัยนี้  ส่วนที่นักเลงพระรุ่นก่อนเรียก “พระนารายณ์ทรงปืน” ประเด็นนี้ผมสุดจะคาดเดาครับ ไม่รู้ว่าทำไมไปตั้งชื่ออย่างนั้น  ก็ดูอย่าง “พระขุนแผนสะกดทัพ” กรุเมืองกาญจน์นั่นยังไงล่ะครับ..พระยืนปางถวายเนตรแท้ๆ แกยังบอก “ขุนแผนสะกดทัพ” เฮ้อ..กรรม!
ขอมโบราณเขาลึกซึ้งไม่ใช่เล่นๆ นะครับ  แค่พระพิมพ์เล็กๆ สามารถสื่อความหมายได้ครอบคลุมพุทธศาสนาของ นิกายมหายาน  ตลอดจนแฝงหลักธรรมคำสอนลงไปให้ค้นคว้าติดตาม  อัจฉริยะจริงๆ ครับ
ใครว่า..พระเครื่องเป็นเรื่องงมงาย  ถ้ามองให้ดีพระเครื่องเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดศรัทธาแก่ผู้พบเห็นหรือผู้บูชา เพื่อโน้มนำพัฒนาไปสู่ปัญญา
ต้องเน้นกันอีกทีครับว่านำไปสู่ “ปัญญา”  ไม่ใช่ “ตัณหา” นะครับ..
สวัสดีครับ. 

เชิญแวะชม "ร้านเก๋าสยามพาณิชย์" ตาม Link นี้ด้านล่างเลยนะครับ  


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น